สรุปบทความ

ไมเกรนเป็นอาการปวดหัวชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย เกิดจากความผิดปกติของระดับสารเคมีในสมอง ทำให้เส้นประสาทและหลอดเลือดไวต่อการกระตุ้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวรุนแรง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดตุบ ๆ ปวดศีรษะข้างเดียว ตลอดจนคลื่นไส้ อาเจียน ปัจจัยกระตุ้นอาการที่พบได้บ่อย เช่น ความเครียด อาหารบางชนิด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ การรักษาไมเกรนมีทั้งการใช้ยาแก้ปวด ยาป้องกัน และการปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น นอนหลับให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

ปวดหัวไมเกรนคืออะไร

ปวดหัวไมเกรน (Migraine Headache) เป็นอาการปวดหัวที่พบได้บ่อยโดยเกิดจากความผิดปกติของระดับสารเคมีในสมอง ทำให้มีการหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิด ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและเกิดการอักเสบจนทำให้เกิดอาการปวดหัวในที่สุด

ประเภทของปวดหัวไมเกรน

ปวดหัวไมเกรนสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

  1. ไมเกรนที่ไม่มีอาการเตือนนำมาก่อน (Migraine without aura) เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุดในผู้ที่ปวดหัวไมเกรน
  2. ไมเกรนที่มีอาการเตือน (Migraine with aura) อาทิ การมองเห็นผิดปกติ เห็นแสงเป็นเส้นซิกแซก เห็นแสงระยิบระยับ อาจมีหรือไม่มีสี เห็นภาพมืดบางส่วน หรือมองเห็นภาพไม่ชัด ภาพบิดเบี้ยว ภาพเบลอ หลับตาแล้วยังเห็นอยู่ ส่วนอาการเตือนอื่น ๆ เช่น ชาที่มือ ชาที่แขน ชารอบปาก อาจมีอาการอ่อนแรงของแขนและขาซีกหนึ่งของร่างกาย เป็นต้น

ปัจจัยกระตุ้นปวดหัวไมเกรน

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน ได้แก่ 

อาการปวดหัวไมเกรน

  • ปวดหัวข้างเดียว อาจสลับข้างซ้ายหรือข้างขวาได้ แต่มักเป็นทีละข้าง
  • ปวดแบบตุ้บ ๆ บริเวณขมับ
  • ปวดหัวจี๊ด ๆ
  • ปวดร้าวกระบอกตา
  • ปวดหัวท้ายทอย
  • คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว
  • อาจมีอาการเตือน (Aura) ก่อนปวดศีรษะประมาณ  5 – 60 นาที เช่น เห็นแสงวูบวาบ ไฟระยิบระยับ เห็นภาพเบลอ เป็นต้น

ระยะการปวดหัวไมเกรน

ปวดหัวไมเกรนแบ่งออกเป็น 4 ระยะ 

หากแบ่งอาการปวดหัวไมเกรนจะแบ่งได้เป็น 4 ระยะ ได้แก่

  1. ระยะก่อนปวด (Prodrome) อาการล่วงหน้าก่อนปวดหัวไมเกรนประมาณ 1 – 2 วัน เช่น ปวดตึงตามต้นคอ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด อยากอาหาร ปัสสาวะบ่อย เป็นต้น
  2. ระยะเตือนนำ (Aura) มักเกิดก่อนปวดหัวไมเกรนประมาณ 5 – 60 นาที ตัวอย่างอาการที่พบได้บ่อย เช่น เห็นภาพผิดปกติไป เห็นเป็นแสงแฟลช เห็นเส้นซิกแซก ภาพเบลอ ภาพบิดเบี้ยว ชา ไม่มีแรง เป็นต้น
  3. ระยะปวดหัวไมเกรน (Headache) มีอาการปวดหัวไมเกรนเฉลี่ยตั้งแต่ 4 – 72 ชั่วโมง ปวดหัวตุบ ๆ ปวดหัวข้างเดียว อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย รวมถึงแพ้ต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่มากระตุ้น
  4. ระยะหลังปวด (Postdrome) เมื่อเริ่มหายปวดหัวไมเกรนอาจมีอาการอ่อนเพลีย หมดแรง เวียนหัว สับสน ไม่มีสมาธิ อาจไวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ อารมณ์เปลี่ยนแปลง แต่จะหายได้เองใน 48 ชั่วโมง

ข้อสังเกตอาการไมเกรนเพิ่มเติม

  • การทำกิจวัตรทั่วไป เช่น การเดินหรือขึ้นบันไดจะทำให้อาการปวดหัวเป็นมากขึ้น
  • อาการจะดีขึ้นถ้าได้พักผ่อนอยู่นิ่ง ๆ ในห้องที่มืดและเย็น
  • อาการร่วมอื่นที่พบร่วมกับอาการปวดหัว คือ คลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อแสง ไม่อยากเห็นแสงจ้า ไม่อยากได้ยินเสียงดัง 
  • การจะรู้ว่าอาการปวดหัวเกิดจากไมเกรนต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อความถูกต้อง

วิธีรักษาปวดหัวไมเกรน

ปวดหัวไมเกรนเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถควบคุมได้ด้วยการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องและการใช้ยาอย่างเหมาะสม เมื่ออายุมากขึ้นมักจะมีอาการปวดหัวลดลง การรักษาปวดหัวไมเกรน แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ

1) แบบยากิน

แบบที่มีอาการปวดหัวไมเกรนเฉียบพลัน แพทย์จะให้รับประทานยาเฉพาะเวลาที่มีอาการปวดหัวเท่านั้นและให้รับประทานยาหลังจากเริ่มมีอาการทันทีเพื่อให้ได้ผลการรักษาอาการปวดหัวที่ดี ประกอบด้วย

  • ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล
  • ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
  • ยาเฉพาะเจาะจงกับไมเกรน เช่น ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) หรือ ยาที่มีส่วนผสมของเออร์โกทามีน (Ergotamine) ซึ่งออกฤทธิ์ที่เส้นเลือดสมองโดยตรง
  • ยาสำหรับลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
  • ยาลดการอักเสบกรณีปวดหัวไมเกรนช่วงมีประจำเดือน (ยา Triptan หรือกลุ่ม NSAIDs) รับประทานก่อนมีประจำเดือนประมาณ 2 – 3 วัน และรับประทานยาต่อจนหมดประจำเดือน 4 – 5 วัน
  • ยาแก้ปวดกรณีตั้งครรภ์ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
  • ยาต้านอาการซึมเศร้า
    หมายเหตุ: ยาทุกชนิดต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้นเพื่อป้องกันผลข้างเคียงต่อร่างกาย

ยาป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวไมเกรนค่อนข้างบ่อยหรือรุนแรงให้รับประทานยาป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน โดยต้องรับประทานยาติดต่อกันทุกวัน ตัวอย่างยาที่นิยมใช้ ประกอบด้วย 

  • กลุ่มยากันชัก topiramate, valproic acid เป็นต้น
  • กลุ่มยาปิดกั้นตัวรับแคลเซียม เช่น flunarizine, cinnarizine, verapamil เป็นต้น
  • กลุ่มยาปิดกั้นตัวรับเบต้า เช่น propanolol, atenolol, metoprolol เป็นต้น

2) แบบยาฉีด

รักษาไมเกรนด้วยยาต้านสาร CGRP

CGRP (Calcitonin Gene – Related Peptide) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณความเจ็บปวดและการขยายตัวของหลอดเลือดในสมอง เมื่อระดับ CGRP ในร่างกายเพิ่มขึ้น จะทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้ ปัจจุบันมีการพัฒนายาที่สามารถยับยั้งสาร CGRP ทั้งในรูปแบบยาฉีดและยารับประทาน 

โดยยาฉีดที่ออกฤทธิ์ยับยั้งสาร CGRP นั้น มีทั้งแบบฉีดเข้าใต้ผิวหนังและการฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ซึ่งช่วยลดความถี่ ความรุนแรงของอาการปวดหัวไมเกรน และลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวดลงได้ สำหรับยาที่ฉีดเข้าใต้ผิวหนังนั้น การฉีด 1 เข็ม มีฤทธิ์ป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนได้นานประมาณ 1 เดือน ส่วนยาฉีดเข้าเส้นเลือดดำในแต่ละครั้งนั้นมีฤทธิ์ป้องกันอาการปวดหัวไมเกรนได้นานประมาณ 3 เดือน

หมายเหตุ: การใช้ยาต้านสาร CGRP ทุกชนิดต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

รักษาไมเกรนด้วยการฉีด Botulinum Toxin

ในผู้ป่วยที่ปวดศีรษะไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) คือ มีอาการปวดศีรษะอย่างน้อย 14 วันต่อเดือนขึ้นไป อาจพิจารณาฉีด Botulinum Toxin ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ยับยั้งปลายประสาทที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมอง ลดความรุนแรงของอาการปวดศีรษะได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาเป็นประจำ 

3) แบบกระตุ้นไฟฟ้า TMS

เป็นการใช้เครื่องสร้างสนามแม่เหล็กกำลังสูงและนำสนามแม่เหล็กไปกระตุ้นสมอง บริเวณที่ทำให้เกิดโรค ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงไมเกรน ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวไมเกรนได้

ป้องกันปวดหัวไมเกรน

  • ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่เหมาะสม อาการปวดหัวจะเป็นอยู่นาน 4 – 72 ชั่วโมง
  • ออกจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้ปวดหัวไมเกรน เช่น มีแสงจ้า เสียงดัง มีกลิ่นเหม็น หรือ ฝุ่น PM2.5
  • สังเกตและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว 
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอและตรงตามเวลาทุกวัน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหมจนเกินไป
  • งดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic stroke)
  • งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ, ชา, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น
  • ในผู้ที่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาคุมกำเนิดต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
  • ถ้าอาการปวดหัวรุนแรงมากขึ้นหรือมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ควรปรึกษาแพทย์ทันที

แพทย์ผู้ชำนาญการรักษาปวดหัวไมเกรน

นพ.ชาคร จันทร์สกุล อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเพื่อสมองและกระดูก

สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านการรักษาปวดหัวไมเกรน

โรงพยาบาลเพื่อสมองและกระดูก พร้อมค้นหาสาเหตุ ดูแลรักษา และป้องกันโรคปวดหัวไมเกรน ด้วยทีมแพทย์เฉพาะด้านสมอง ทีมพยาบาล ทีมสหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย เพื่อลดความรุนแรงและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง